รีวิว : Review Cyberpunk 2077 (PS4/PS5) เปิดโลกแห่งอนาคตไปพร้อมกับ วี

รีวิว : Review Cyberpunk 2077 (PS4/PS5) เปิดโลกแห่งอนาคตไปพร้อมกับ วี 

Cyberpunk 2077 เป็นอีกหนึ่งเกม Action ที่คิดว่าจะเป็นหนึ่งใน Game of The Year 2020 ที่เกมเมอร์ต่างความคาดหวังไว้สูงมาก ถึงขนาด CD Projekt RED สตูดิโอผู้สร้างเกมนี้ยังออกมาโม้ว่า "ถ้า The Witcher 3 : Wild Hunt มันสุดยอดแล้ว Cyberpunk 2077 มันเป็นอะไรที่สุดยอดกว่าเยอะ" และอีกอย่างที่ถือเป็นจุดขายของเกมคือการได้ดาราฮอลลี่วูดชื่อดังอย่าง คีอานู รีฟ มาเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่องของเกมอีกด้วย แต่แล้วก็ต้องมาตกม้าตายด้วยปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวเกมที่เหมือนยังทำไม่เสร็จ บัคจำนวนมหาศาล จนทำให้เกิดกระแสด้านลบต่อตัวเกมเป็นอย่างมาก

พูดตามความตรง ตอนเกมนี้ยังราคาเต็มหลักพันกว่าบาท นี่แบบว่าคิดแล้วคิดอีก เนื่องจากกระแสมันแง่ลบมาก ข่าวก็ไม่ค่อยดีมาตลอด พอช่วงที่มันลดราคาใน PS Store เหลือ 850 บาท เอาวะ ลองก็ลอง ชอบไม่ชอบยังไงก็เจ็บตัวไม่เยอะ 

เนื้อเรื่องและเกมเพลย์

เนื้อเรื่องของเกมจะดำเนินส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายในเมือง "Night City ไนท์ซิตี้" เป็นหลัก โดยก่อนเริ่มเกมนั้นผู้เล่นสามารถสร้างตัวละครหลัก และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวละครได้ 3 แบบ นั่นคือ Nomad / Street Kid และ Corporate เรื่องราวหลักของเกมทุกอย่าง ก็จะเกี่ยวข้องกับบริษัทญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ "Arasaka อาราซากะ" ที่มีบทบาทและครอบงำเมือง Night City อยู่ และเป็นต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเกมทั้งหมดนั่นเองครับ

ในเกม Cyberpunk 2077 เราจะได้รับบทเป็น "วี (V)" และต้องทำการค้นหาว่า "จอห์นนี่ ซิลเวอร์แฮนด์ (Johnny Silverhand)" ซึ่งรับบทโดย คีอานู รีฟ ว่าเขาเป็นใคร ไปก่อเรื่อง ก่อวีรกรรมอะไรไว้บ้าง และตอนนี้ตัวตนเขาอยู่ที่ไหน ทำไมถึงอยู่ในหัวของวี อยู่ตลอดเวลา หรือว่าเขาเป็นเพียงแค่วิญญาณ?

เนื้อเรื่องของเกมนั้นถือว่าทำมาน่าติดตาม น่าเล่นต่ออยู่ไม่น้อย และด้วยความที่เกมเป็นมุมมองแบบ First Person Shooting จึงทำให้เราสามารถซึมซับเนื้อเรื่อง และเข้าถึงตัวเกมได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งไม่เพียงแต่เนื้อเรื่องหลักน่าติดตามจนทำให้อยากเล่นต่อ ในเกมนี้เต็มไปด้วย Quest และภารกิจต่าง ๆ มากมายให้ทำเยอะมาก รายละเอียดยิบย่อยที่น่าสนใจ ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ยังช่วยทำให้ผู้เล่นได้รู้จักกับผู้คนที่ใช้ชีวิตในเมือง Night City มากขึ้น และยังเชื่อมโยงไปยังเนื้อเรื่องหลักด้วย ส่วนการเลือกคำตอบในบทสนทนาของเกมนั้น ล้วนก็มีความสำคัญต่อการดำเนินเรื่องของเกมด้วยครับ เพราะบางคำตอบบางคำมีส่วนที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินเรื่องไปจนถึงตอนจบของเกมเลย อีกทั้งการเลือกเส้นทางชีวิตในตอนเริ่มเกม ก็ยังสามารถช่วยเพิ่มทักษะในการพูดเชิงโน้มน้าวจิตใจมากขึ้น 

พอได้ลองเล่นจริง ๆ ถามว่ามี "Bug บัค" อยู่ไหมสำหรับตัวเกมในเวอร์ชั่น PS5 คำตอบก็คือ ก็มีอยู่ครับ ที่เจอบ่อยจะเจอพวกบัคในตัวละคร ตัว NPC และรถยนต์ NPC ที่วิ่งในเมือง ซึ่งตัวเกมนั้นมีการปรับลดลงจนจำนวน NPC และรถใน Map แบบน้อยมาก นึกว่าเมือง Lockdown เพราะ Covid เสียอีก แต่ทั้งนี้บัคต่าง ๆ มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเล่นเกมแบบดำเนินเนื้อเรื่อง ถึงขนาดต้องเข้า-ออกเกมใหม่ หรือทำให้เครื่องค้างแต่อย่างใด

กราฟฟิค

Cyberpunk 2077 นำเสนอออกมาได้ดีในส่วนของโลกแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กราฟฟิคทำออกมาได้สวยงาม ล้ำสมัยมาก ๆ ซึ่งเอนจิ้น REDengine 4 ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทางค่าย CD Projekt Red รังสรรค์ออกมาได้สวยงามมาก การเล่นบนเครื่อง PlayStation 5 ก็ไหลลื่นถึง 60FPS กันเลยทีเดียว อาจมีเฟรมเรตตกไปบ้างบางช่วงแต่ก็ไม่นานนักเพียงแค่เสี้ยววินาที ซึ่งผมได้ติดตั้งเกมนี้ลงบน Ext.HDD ด้วยซ้ำไป ไม่ได้ติดตั้งบน SSD ของเครื่อง

สรุป 

เกมนี้ถ้าเรามองข้ามดราม่า บัค และสิ่งต่าง ๆ ที่แย่ ๆ ออกไป มันก็คือเกมที่สนุกมาก ๆ เลย เนื้อเรื่องเนื้อหาของเกมมันน่าติดตาม และน่าเล่นต่อไปเรื่อย ๆ ตัวละครที่ได้พบเจอก็น่าจดจำทุกตัว มีอิสระเสรีในการเล่น ไม่ปิดกั้นเนื้อหาทางเพศ และเนื้อหา 18+ รอในอนาคตสำหรับ Ver.PS5 อาจมีการปรับแก้ตัวเกมจนดีขึ้นแล้วก็ได้ครับ

อัจ ลอฟท์เกม

ผู้ก่อตั้งเพจและเว็บไซต์ LOFTGAME บรรณาธิการบริหาร LOFTGAME Media facebook twitter

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า