รีวิว : Review MSI Prestige 15 Notebook ผู้ช่วยเหล่า Creator มาพร้อม Core i7 Gen10 และ GTX 1650 Max-Q



Review MSI Prestige 15 โน้ตบุ๊คผู้ช่วย Creator


บทความโดย : แบงค์ เศรษฐวุฒิ

สวัสดีครับแฟน ๆ LOFTGAME ทุกท่าน วันนี้เราได้รับโน๊ตบุ๊คจากทาง MSI มารีวิวกับรุ่น Prestige 15 A10SC สนนราคาอยู่ที่ 47,900 บาทโดยการรีวิวอาจมีการอ้างอิงการพรีวิวในรุ่น Prestige 14 ที่ผ่านมาด้วยนะครับ เพราะมีความคล้ายคลึงของเสปคอยู่พอสมควรครับ 

ส่วนโมเดลที่รีวิวจะมีเสปคดังนี้นะครับ Intel Core i7-10710U และการ์ดจอ NVIDA GTX1650 MAX-Q แรมขนาด 16GB ฝั่งในเมนบอร์ด การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรองรับ WiFi 6 และ Bluetooth 5.0 ตัวใหม่ล่าสุดส่วนด้านการเก็บข้อมูลจะให้เป็นหน่วยความจำแบบ SSD 1 TB NVMe ซึ่งจัดได้ว่าเพียงพอมาก ๆ หลาย ๆ คนอาจซื้อมาแล้วบางทีอยากไม่ต้องอัพเกรดก็เป็นได้นะครับ เพราะให้มาเยอะพอสมควรเลย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกการเพิ่มงบประมาณเพื่อขยับรุ่นที่ดีอยู่ครับ



มาดูที่ตัวเครื่องกันนะครับ หากจำที่ผมพรีวิวในรุ่น Prestige 14 จะมีความคล้ายคลึงกันกับรุ่นนี้เลยไม่ว่าจะเป็น กล่องสีขาวแกะออกมาจากลังข้างนอกจะพบเครื่องของเราครับ แต่เราจะไปดูของแถมและอุปกรณ์กันก่อนนะครับผมอันดับแรกคือซองหนังที่ไว้สำหรับใส่คอมพิวเตอร์เอาไว้พกพาครับ (แต่จะใส่อแดปเตอร์ชาร์จพร้อมๆกันไม่ได้นะครับ) เวลาใส่ก็จะคล้ายคลึงกับรุ่น Prestige 14 ครับ ส่วนอแดปเตอร์ชาร์จรุ่นนี้ให้แบบ USB Type-C กันเลยทีเดียวครับ เรียกได้ว่าอเนกประสงค์มากๆเลยครับผม และการจ่ายไฟสูงสุดถึง 90W สามารถแบ่งไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับ Type-C ได้ครับ



มาดูตัวเครื่องกันบ้างครับซึ่งยังมีการบอร์ดี้อลูมิเนียมสีเทาแทรกตัดสีน้ำเงินบางๆ หน้าจอเป็น Full HD ขนาด 1920x1080 พิเชล พาแนลเป็น IPS มาตรฐานแบบ 100% sRGB ซึ่งได้รับและทดสอบพอสมควรสำหรับผมถือว่าจอภาพสีสันตรงมองด้านข้างภาพมองตรง ๆ สีตรงไม่เพี้ยนสบายตาทำงานได้เรื่อยๆ และด้วยการที่หน้าจอที่เป็นแบบ Thin Bezel ทำให้ขอบหน้าจอนั้นบางลงมาก ๆ ทำให้มองภาพนั้นดูเต็มตามาก ๆ ครับ




Keyboard วางเลย์เอาท์แบบกะทัดรัด ถ้าหากคุณใช้คีย์บอร์ดขนาดปกติเวลามาใช้งานรุ่นนี้อาจจะต้องมีการปรับตัวใช้เวลาพอสมควรนะครับแรกอาจวางมือแล้วพิมพ์ผิด ๆ ถูก ๆ ก็ต้องใช้เวลาสักนิดนะครับ


เรื่องเสียงได้ Nahimic เข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบเสียงทำให้เวลาเสียบหูฟัง 3.5 ค่อยข้างทำได้ดีครับ ส่วนลำโพงตัวเครื่อง โดยส่วนตัวผมลำโพงฟังแล้วจะค่อนข้างจะแหลมนิ๊ดหน่อยนะครับเสียงย่านต่ำ (เบส) มีแต่ไม่แน่นตุบตับๆ พอมีให้เราฟังแยกออกครับเพราะเป็นข้อจำกัดโน้ตบุ๊คพกพานั่นเอง

Touchpad มีขนาดใหญ่ใช้สามารถวางนิ้วพิมพ์ไปแล้วใช้นิ้วโป้งเขี่ยๆ Touchpad สบายๆเลยครับและการแสกนลายนิ้วมือ ก็ถือว่ารวดเร็วไร้ปัญหาครับผม ซึ่งการที่โน้ตบุ๊คของเรานั้นมีที่แสกนลายนิ้วมือก็จะช่วยทำให้ปกป้องการข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเราได้มากขึ้นครับ


มาดูรอบข้างของตัวเครื่องกันบ้างนะครับกับด้านขวา USB 3.0 จำนวน 2 ช่อง
และ Micro SD Card Reader ซึ่งเป็นจุดต่างจากรุ่น Prestige14 นะครับ


ด้านซ้ายจะเป็น USB Type-C จำนวน 2 ช่องนะครับ 
เป็น THUNDERBOLT 3.0 ต่อมาคือช่อง HDMI 
และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5MM เป็นแบบไมค์และหูฟังในรูเดียวกันครับผม


การกางหน้าจอสามารถกางได้ถึง 180 องศาแบนราบเหมือนกับรุ่น Prestige 14 เลยครับผม


แบตเตอรี่เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำงานเพราะบางทีอาจต้องใช้งานในสถานที่ไม่มีปลั๊กไฟในการชาร์จแบตเตอรี่ การใช้พลังงานแบตเตอรี่สำหรับรุ่นนี้ก็ถือว่าทนอึดพอสมควรครับ อยู่ได้ 8 ชั่วโมง (ทดสอบโหมด Balanced) ครับผม ส่วนเวลาพกพาเหมือนรุ่น Prestige14 เลยครับแต่น้ำหนักจะอยู่ที่ 1.6 กิโลกรัม (เครื่องเปล่าไม่รวมอแดปเตอร์นะครับ) การชาร์จหากแบตอยู่ในสภาพที่หมดเหลือ 10% แล้วกลับมาชาร์จจะพบว่ามีอาการร้อนบริเวณ Touchpad ก็อย่าตกใจไปนะครับเพราะตัวเครื่องเขาใช้กระแสไฟป้อนเข้ามาชาร์จอยู่นั้นเองครับเลยเกิดความร้อนสูง


ความร้อน โดยการใช้งานวัดจากโปรแกรม Core Temp และ HW Monitor ไม่ได้เปิดแอร์ก็สำหรับ CPU อยู่ในช่วง 56 องศา ส่วน Full Load ของ CPU อยู่ที่ 76 องศาครับถือว่าร้อนน้อยมากนะครับ Full Load เพราะการออกแบบเครื่อง การวางเมนบอร์ดไม่ได้อยู่ในบริเวณด้านหน้าเครื่อง  เวลาเอาสันมือไปวางตัวเครื่องเพื่อใช้งานความร้อนจึงไม่ค่อยแผ่มาถึงมือเราครับผม


ในส่วน Software ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเครื่องกันครับกับโปรแกรม Creator Centor เป็นโปรแกรมที่ปรับค่าในการใช้การโน้ตบุ๊คของเราครับซึ่งฟังก์ชั่นใหญ่ๆจะมีดังนี้ครับ

  • Creator Mode : รวบรวมการตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละโปรแกรม Creator เช่น การใช้ CPU และ GPU เป็นต้น

  • System Monitoring : ตรวจสอบสถานะเครื่อง ดูประสิทธิภาพ ความเร็วของพัดลมความร้อนในเครื่องโน้ตบุ๊ค


  • System Tuner : ปรับแต่งตั้งค่าการใช้งานต่างๆของ Notebook เช่นรอบพัดลม,ความสว่าง ของหน้าจอ,อัตราส่วนหน้าจอ หน้าจอเปิดปิดเว็บแคม Profile การใช้งานเครื่อง (User Scenario)


  • Battery Master : โปรแกรมปรับค่าการใช้แบตเตอรี่ และการชาร์จแบตเตอรี่


  • Tools & Help : ติดต่อ MSI และ ฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ ที่จำเป็น



ต่อไปขอเข้าสู่การทดสอบเครื่องกันนะครับผมโดยหลัก ๆ เครื่องเป็นเสปคที่ไม่เหมือนรุ่นใหญ่ๆหรือโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง จึงขออนุญาตทดสอบดังนี้นะครับ

Crystal DiskMark7 จากการทดสอบค่า SSD ที่ติดตัวเครื่องมาเทสที่ 1GB มีความเร็ว Read และ Write ตังภาพนี้ครับ ซึ่งถ้าหากต้องการความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงขึ้นไป หรือเพิ่มความจุสามารถซื้อ SSD แบบ NVMe  มาอัพเกรดเพื่อเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้ครับ


3D Mark จากการทดสอบ Fire strike , Fire strike extreme , Fire strike ultra, Fire strike extreme
และ Time spy ทดสอบเดิม ๆ ไม่มีการ Overclock การ์ดจอถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คพกพาที่เสปคสูงอยู่อีกตัวหนึ่งนะครับถึงคะแนนอาจไม่เยอะเท่ากับโน้ตบุ๊คเกมมิ่งในราคาเดียวกันแต่แลกกับการพกพาและสามารถรีดประสิทธิภาพได้ใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊คเกมมิ่งรุ่นระดับล่างๆเลยด้วยพลังการ์ดจอจากทาง NVIDA ในรุ่น GTX 1650 MAX-Q


Cinebench Release 20 ทดสอบการ Render ของ CPU กันบ้างครับจากภาพจะพบว่ามีคะแนนอยู่ที่ 2614 คะนน ก็ถือว่าความแรงแซงโน้ตบุ๊คปกติที่ใช้ CPU รุ่นเก่า ๆ ไปแล้วครับ


ทดสอบเล่นเกม PUBG PC ในส่วนของเกมนี้ไม่ได้ปรับกราฟฟิคใดๆเพิ่มเติมนอกจาก Full Screen 1920x1080p ครับซึ่งเล่นจนจบแมชเฟรมเรทอยู่ที่ช่วง 60 FPS นิ่งๆเลยครับก็สามารถเล่นได้เวลาอยากพักผ่อนก็สามารถใช้เจ้า Prestige 15 เล่นเกมได้ครับ




CSGO ในส่วนของเกมนี้ไม่ได้ปรับกราฟฟิคใดๆเพิ่มเติมนอกจาก Full Screen 1920x1080p ครับซึ่งเล่นจนจบแมชเฟรมเรทอยู่ที่ช่วง 120-200 FPS เลยครับ




จบไปกันแล้วนะครับสำหรับการรีวิวตัวโน้ตบุ๊คสายทำงาน Creator กับ MSI Prestige 15 เป็นโน้ตบุ๊คที่พกพาสะดวกน้ำหนักเบา 1.6 กิโลกรัม ความร้อนสะสมค่อนข้างน้อยเพราะการออกแบบที่แบตเตอร์รี่อยู่ทางด้านหน้าเครื่องและการใช้ CPU จากทาง Intel core I7-10710U เป็นตัวที่ประหยัดพลังงานปล่อยความร้อนน้อยกินไฟต่ำและการ์ดจอ GTX1650 MAX-Q ความจุ RAM 16GB ให้มาสูงพอสมควรซึ่งก็สามรถรองรับโปรแกรมที่ต้องการใช้การประมวลผล ได้สบายๆ และการเล่นเกมทั่ว ๆ ไปก็สามารถทำได้ (แต่ก็ไม่ควรปรับกราฟฟิคสูง ๆ นะครับ) อแดปเตอร์การชาร์จไฟแบบ USB Type-C ซึ่งสะดวกในการพกพาแล้วแบ่งใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รองรับ Type C ครับผมสนนราคาอยู่ที่ 47,900 บาทครับผม 

ฝากติดตาม รีวิวจาก LOFTGAME ต่อไปนะครับว่าผมและพี่อัจจะมีสินค้าน่าสนใจมารีวิวให้ชมกันครับผม สวัสดีครับ

จุดเด่น

  • ประหยัดพลังงานความร้อนน้อยเพราะใช้ CPU Intel GEN10 U Series
  • น้ำหนักเบาพกพาสะดวกแค่ 1.3 กิโลกรัม
  • หน้าจอ IPS Thin Bezel IPS 100% sRGB
  • อแดปเตอร์การชาร์จไฟแบบ USB Type C ซึ่งสะดวกในการพกพาแล้วแบ่งใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับ Type C ใส่กระเป๋าทำงานพกพาสะดวกจ่ายไฟสูงสุด 90W
  • ได้พอร์ต HDMI ซึ่งแตกต่างจากรุ่น Prestige14 ที่ต้องไปใช้ Type C แปลงจากจอภาพ

ข้อสังเกต

  • ราคาเมื่อเปรียบเทียบกับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คราคาใกล้เคียงกันจะพบว่าไม่ค่อยแรง เพราะรุ่นนี้เน้นการออกแบบเพื่อใช้การทำงาน และการพกพา
  • หากมาเล่นเกมและปรับกราฟฟิคสูงๆจะไม่สามารถทำได้ (เพราะรุ่นนี้เขาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมนั่นเองครับ)
  • ช่องใส่ Card Reader จะมีแต่ Micro SD Card Reader
  • อัพเกรดได้แค่ SSD จำนวน 1 ตัวไม่สามารถอัพเกรด RAM ได้เพราะแรมฝั่งอยู่ในเมนบอร์ดแล้ว
  • พอร์ต USB Type A จะค่อนข้างน้อยหากจำเป็นต้องใช้งานพอร์ต USB Type A เยอะๆอาจต้องซื้อ HUB Adapter แยกออกมาอาจต่อขยายจาก USB Type A หรือ USB Type C ก็ได้นะครับผม

ไม่มีความคิดเห็น