รีวิว : Canon EOS M50 มิลเลอร์เลสตัวเล็ก สเปกไม่เล็ก สำหรับสาย Blogger และ Youtuber


สวัสดีครับ พบกับผมแอดมินอัจ LoftGame เช่นเคยนะครับ ในวันนี้เราจะมากล่าวถึงเรื่อง "กล้องถ่ายรูป" กัน ก็ปฏิเสธกันไม่ได้ครับว่า ยุคสมัยนี้สมาร์ทโฟนมักจะเป็น Device อันดับแรกๆ ทุกคนอาจจะนึกถึงในเรื่องถ่ายภาพ ด้วยความที่สมาร์ทโฟนมันสะดวกสบาย ใช้งานง่าย พกพาสะดวก ก็จริง แต่ลึกๆแล้วในเรื่องของคุณภาพของภาพถ่าย และฟังก์ชั่นต่างๆ ยังสู้กล้อง DSLR หรือกล้อง Mirrorless ไม่ได้อยู่ดีนั่นเองครับ หากคุณทำงานสาย Blogger หรือ Youtuber ที่ต้องไปถ่ายรูปทำบทความหรือ VLOG และต้องการมี Scope งานที่มากขึ้น สุดท้ายก็ต้องหากล้อง DSLR หรือ Mirrorless ดีๆสักตัวอยู่ดี และเจ้า Canon EOS M50 ตัวนี้ก็คือคำตอบครับ

ด้วยราคาที่ "ไม่แพง" มากจนเกินเอื้อม (ราคา 24,190 บาท เฉพาะ Body / 27290 บาท Body พร้อมเลนส์ EF-M 15-45 mm IS STM *อิงจากราคาศูนย์ไทยในปัจจุบัน) ตัวเครื่องผลิตในประเทศญี่ปุ่น ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพ สเปกที่ให้มาก็เกินราคามาก น้ำหนักพกพากำลังดี (398 กรัม) มีช่องแจ็ค 3.5 mm สำหรับเสียบต่อกับไมโครโฟนนอกอย่าง RODE / Saramonic / BOYA / Sennheiser ได้หลายแบบเลย ไม่ว่าจะแบบ Shotgun หรือ Wireless นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอที่ระดับ 4K และ Full HD ได้อีกด้วยครับ ใครคิดจะทำ VLOG ผมว่ากล้องตัวนี้คุ้มค่ามากๆ


Canon EOS M50 มีให้เลือกทั้ง สีขาว และ ดำ

ขึ้นชื่อว่ากล้อง "Mirrorless" มันก็แปลตรงตัวอยู่แล้วครับว่า "ไม่มีกระจก" นั่นก็หมายความว่าตัวมันเองไม่มีกระจกสะท้อนภาพอยู่ภายในกล้องเหมือน DSLR นั่นเอง มีแค่ม่านชัตเตอร์กับเซนเซอร์โต้งๆ เลยทำให้ขนาดของมันเล็กลง แต่ถึงไม่มีกระจกสะท้อนภาพ เจ้า EOS M50 ก็มาพร้อมช่องมองภาพแบบ EVF - Electronic View Finder ทำให้สามารถใช้งานกลางแจ้งได้แบบไม่มีอุปสรรค เพราะการมองที่จอ LCD ในตอนกลางวันแดดจ้าๆนั้น ลำบากเลยทีเดียวครับ

เรามาดูด้าน Spec ของ Canon EOS M50 กันบ้าง

  • ใช้เซนเซอร์แบบ CMOS APS-C (ภาษาบ้านๆ เรียก "กล้องตัวคูณ") มาพร้อม Dual Pixel CMOS AF ปรับปรุงใหม่ ทำให้โฟกัสวัตถุได้รวดเร็วขึ้น และมีจุดโฟกัสสูงสุดถึง 143 จุดเลยทีเดียว ความเร็วชัตเตอร์ 30 - 1/4000 และมีโหมด Bulb มาให้ด้วย ถ่ายภาพด้วยความละเอียดถึง 24.1 ล้านพิกเซล อัดภาพขนาดใหญ่ๆ บิลบอร์ด ป้ายไวนิลสบายๆ

  • ใช้ชิปประมวลผลภาพตัวใหม่ล่าสุดอย่าง DiG!C 8 ช่วยทำให้ Noise ในภาพเวลาเราดัน ISO สูงๆ ดูสมูทขึ้น และยังมีฟังก์ชัน Auto Lighting Optimizer ช่วยลดการเกิดบริเวณแสงขาวจ้าในภาพได้ดีขึ้นเวลาถ่ายภาพย้อนแสง

  • โหมด Silent สำหรับปิดเสียงชัตเตอร์ เวลาถ่ายในที่เงียบๆ หรือแอบถ่ายคนที่ไม่อยากให้เขารู้ตัว เพื่อภาพออกมาดูธรรมชาติ

  • รองรับ ISO ตั้งแต่ 100 - 25,600 เลยทีเดียว (แถมยังดันเพิ่มได้อีก 51,200 มองเผินๆภาพก็ยังโอเค แต่ซูมดูแล้ว Noise จะยับๆหน่อย 555+)

  • ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ EVF - Electronic View Finder อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้น ภายในจะใช้จอ OLED คุณภาพสูง กว้าง 0.39 นิ้ว (ไม่แคบ ไม่กว้าง แต่ไม่ถึงขนาดมองแล้วไม่สบายตานะครับ) จอมีความละเอียดสูงถึง 2.36 ล้านจุด ภาพคมชัดแน่นอน นอกจากนี้ยังสามารถปรับระยะความคมชัดได้ เพราะสายตาคนเรานั้นไม่เท่ากัน และจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว อัตราส่วนจอ 3:2 ความละเอียด 1,040,000 จุด หมุนปรับได้แบบ Vari-Angle หันจอมา Selfie ตัวเองก็ทำได้ ด้านบนช่องมองภาพคือแฟลชในตัว แค่ดึงขึ้นออกมาก็ใช้ได้เลย ใช้เสร็จก็พับกลับ ไม่ได้มีกลไก หรือปุ่มกดอะไรทั้งสิ้น

  • ระบบป้องกันภาพสั่นไหว 7 แกน สำหรับการถ่ายวิดีโอ ย้ำว่า "ถ่ายวีดีโอ" เท่านั้น (Combination IS; 5 แกนในตัวกล้อง และ 2 แกนในเลนส์) ส่วนการถ่ายภาพปกติอาศัย Image Stabilizer ของตัวเลนส์ล้วนๆ

  • ถ่ายวิดีโอขนาด 4K 23P และแบบ Slow Speed Shooting HD 120p / 100p แต่การถ่ายวีดีโอแบบ 4K เหมือนมันจะ Crop ภาพลง ไม่เต็มตาแต่อย่างใด

  • สามารถถ่ายโอนภาพนิ่งและวิดีโอไปยังสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ ผ่าน Wi-Fi และ NFC ได้เลย (อันนี้ชอบมาก เพราะสะดวกดี) ไม่ต้องแกะเมมเข้าๆออกๆ หรือหาสาย USB มาเสียบให้วุ่นวาย (แต่ต้องโหลดแอพ Canon Camera Connect มาด้วยนะ มีทั้งใน Google Play Store และ App Store) นอกจากนี้ยังสามารถอัพโหลดภาพจากกล้องไปยังโซเชียลมีเดียเช่น Facebook, INSTAGRAM, Youtube, Twitter ได้โดยตรงเลยก็ยังทำได้ 

  • มีพอร์ตสำหรับต่อ Micro USB, HDMI (Type D) และ Mic In ต่อไมโครโฟนนอกได้ รองรับการ์ด SD, SDHC, SDXC, UHS-I




ฟังก์ชั่นการทำงาน มีโหมดต่างๆให้เลือกดังนี้ (เอาเฉพาะที่ใช้งานหลักๆละกัน)

  • Mode M อันนี้ควบคุมได้ทุกอย่างตั้งแต่ ISO / ความเร็วชัตเตอร์ / รูรับแสง / White Balance ซึ่งต้องปรับเองหมด เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานมาอย่างช่ำชองแล้ว อยากได้ภาพสวยๆที่ไม่เหมือนใคร

  • Mode AV อันนี้ไม่ใช่โหมดถ่ายหนังผู้ใหญ่นะ แต่มันเป็นโหมดที่สามารถปรับรูรับแสงได้อย่างอิสระ แต่พวกความเร็วชัตเตอร์ / ISO / White Balance กล้องมันคำนวณของมันเองอัตโนมัติ

  • Mode TV อันนี้ก็ไม่ใช่โหมดถ่ายแบบทีวีอีกเช่นกัน แต่มันเป็นโหมดปรับความเร็วชัตเตอร์ได้อิสระ เผื่อเวลาใครอยากถ่ายภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เป็นต้น ส่วนพวกรูรับรับแสง / ISO / White Balance กล้องมันคำนวณของมันเอง

  • Mode P อันนี้จะกึ่งๆ Auto กล้องคำนวนให้เสร็จทุกอย่าง แต่ทั้งนี้มันก็ยังสามารถปรับค่า ISO / ความเร็วชัตเตอร์ / รูรับแสง / White Balance ได้คล้ายๆโหมด M

  • โหมด Auto อันนี้ไม่พูดเยอะ ชื่อมันก็บอกแล้วว่า Auto กล้องมันคิดคำนวณให้ทุกอย่าง แค่ลั่นชัตเตอร์เพียงอย่างเดียว

  • โหมด Video ก็ตามชื่อเลยครับ ไว้สำหรับถ่ายวีดีโอ สามารถปรับโฟกัส และคุณภาพของวีดีโอได้ และสามารถกดปุ่ม Rec. จุดสีแดงที่ตัวกล้องได้เลย


เรามากล่าวถึงเรื่องแบตเตอรี่กันบ้าง Canon EOS M50 จะใช้แบตเตอรี่รหัส LP-E12 7.2V ความจุ 875mAh แบบลิเธียมไอออน การใช้งานกล้องกับแบตก้อนนี้ ถ้าใช้งานถ่ายรูปและวีดีโอทั้งวัน (อย่างผมเน้นถ่ายภาพงานเกม งาน esports) ด้วยความจุที่น้อยขนาดนี้ แน่นอนว่า "ไม่เพียงพอ" ต่อการใช้งานครับ ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้งานทั้งวัน ควรมีแบตเตอรี่สำรองไว้บ้างก็ดีครับ (ของแท้ราคาศูนย์ก้อนละ 2,390 บาท)

นอกจากนี้หากใครมีเลนส์ตระกูล EF หรือ EF-S อยู่แล้ว หรือไม่ชอบตัวเลนส์แบบ EF-M ก็สามารถหาซื้อ Adapter แปลง Mount จาก EF-M เป็น EF / EF-S ได้อีกด้วย แถมยังสามารถใช้คุณสมบัติของเลนส์ EF / EF-S ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการปรับ แมนนวลโฟกัส/ออโต้โฟกัส หรือ เปิด/ปิด โหมดป้องกันภาพสั่นไหว (Image Stabilizer) เป็นต้น แต่มันอาจจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวกล้องด้วยเพราะตัว Adapter วัสดุทำมาจากเหล็กนั่นเอง ไหนจะตัวเลนส์อีก แต่ก็ช่วยทำให้เราใช้งานได้กว้างขึ้น เพราะเลนส์ EF และ EF-S นั้นมีค่อนข้างหลากหลายกว่า EF-M และทำให้เมื่อใช้งานแล้ว ตัวเราดูมืออาชีพมากขึ้นครับ



ในรูปผมใช้ Adapter Canon EF-M to EF/EF-S ต่อกับเลนส์ EF-S 18-135 mm f/3.5-5.6 IS USM ตัวนี้เป็นเลนส์รุ่นใหม่จาก Canon ครับ ใช้มอเตอร์โฟกัสแบบ Nano Ultra Sonic Motor ลดเสียงรบกวนมากขึ้น ซึ่งเป็นการผสมผสานรวมประโยชน์ของมอเตอร์ USM และ STM เข้าด้วยกันในขนาดที่เล็กลงนั่นเอง โดยเลนส์ตัวนี้จะมีระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 0.39 ม. ระบบป้องกันการสั่นไหวประมาณ 4 สต็อป ขนาด Filter มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 67 มม. (ผมใช้ Filter ของ B+W XS PRO MRC NANO CLEAR 007 แพงหน่อยแต่คุณภาพหายห่วง และสีสันก็ไม่เพี้ยนด้วย) แต่เลนส์ตัวนี้เมื่อใส่เข้ากับตัวกล้อง M50 พร้อม Adapter แล้วจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากสักหน่อย อาจจะสวนทางกับคำว่าน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เพราะตัวเลนส์อย่างเดียวก็ประมาณ 515 กรัมเข้าไปแล้ว!! แต่ถ้ามองเรื่องการใช้งานที่เลนส์ตัวนี้ทำออกมาใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ ไม่ว่าจะถ่ายภาพวัตถุ บุคคล วิวทิวทัศน์ ทำให้ผมลืมเรื่องน้ำหนักของมันไปเลย


บทสรุป

จุดเด่น
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ใส่ไม้กิมบอล ถ่ายเซลฟี่ VLOG สบายๆ
  • ใช้ชิบรุ่นใหม่อย่าง DiG!C 8 โฟกัสเร็ว และมาพร้อม Dual Pixel CMOS AF โฟกัสสูงสุดถึง 143 จุด
  • มีช่องเสียบไมโครโฟนนอกได้ เหมาะกับงาน VLOG มาก
  • มีช่องมองภาพ EVF ภาพละเอียดสูง ใช้งาน Outdoor สบายๆ
  • โอนภาพเข้ามือถือและคอมได้ง่ายด้วย WiFi และ NFC แชร์ภาพลงโซเชี่ยลได้เลย 
  • สามารถใช้ Mount Adapter เพื่อเอาเลนส์ EF และ EF-S มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ (ขายแยกต่างหากนะ ไม่ได้แถมมากับตัวกล้อง)
จุดด้อย
  • ถ่ายวีดีโอ 4K แล้วภาพมันถูก Crop ลง และยังไม่ได้สามารถทำได้ระดับ 60FPS
  • แบตเตอรี่ความจุค่อนข้างน้อย ใช้งานหนักๆ หมดกลางทางแน่นอน
โดยรวมก็ถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคานั่นแหละครับ ผมซื้อมาใช้งานเองยังหลงรักเลย เลยเอามาบอกต่อ เพื่อใครสนใจและกำลังมองหากล้องสักตัวครับ


ไม่มีความคิดเห็น