บทความ : รวมสาระน่ารู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับ PS4 โดยแอดมินอัจ


เครื่องเล่นเกม PlayStation 4 เป็นเครื่องเล่นเกมคอนโซล Generation ที่  8 ต่อจาก PlayStation 3 ของ Sony Interactive Entertainment ที่เรารู้จักกันดี ปัจจุบันก็พัฒนามาถึง 3 รุ่นด้วยกัน คือ PlayStation 4 ตัวแรก (หลายคนมักเรียกกันว่าเครื่องอ้วน) / PlayStation 4 Slim และรุ่นใหญ่สุด PlayStation 4 Pro นั่นเองครับ

  • ความแตกต่างระหว่าง PS4 / PS Slim และ PS Pro 


โดยสเปกคร่าวๆของแต่ละรุ่นก็ตามภาพเลยครับ PS4 รุ่นดั่งเดิม กับ PS Slim สเปกทั่วๆไปจะคล้ายๆกันทุกประการ ต่างกันที่ขนาด น้ำหนัก การรองรับสัญญาณ Blurtooth แต่ตัว PS4 Pro จะมีความแรง GPU ที่เหนือกว่าทั้งสองรุ่น คือจะอยู่ที่ 4.20 TFLOP* เลยทีเดียว ซึ่งทำให้การประมวลผลกราฟฟิค ทำได้ดีกว่า PS4 ตัวดั่งเดิมและ PS4 Slim มากกก

(FLOP = จำนวนชุดคำสั่งในการประมวลผล Floating Point ที่สามารถทำได้ใน 1 วินาที ซึ่งจะแตกต่างจากค่า Clock ที่มีหน่วยเป็น Hz นะครับ)

และ PS4 Pro จะมาพร้อม HDD ขนาด 1TB ในตัวเพียงความจุเดียว ต่างจากตัว PS4 Slim และ PS4 รุ่นดั่งเดิมที่มีตัว 500GB มาด้วยเป็นทางเลือกสำหรับคนงบประมาณจำกัดด้วย (ล่าสุดมี PS4 Pro ขนาดความจุ HDD สูงสุดระดับ 2TB วางจำหน่ายกันแล้วด้วยครับ)

  • การรองรับแรงดันไฟฟ้า (Voltage)


ด้านการรองรับ Voltage กันบ้างครับ PS4 ทุกรุ่นจะรองรับไฟ Input ในย่าน 100V-240VAC ครับ ถึงแม้ฉลากจะมีการระบุแตกต่างกันไปตาม Zone เพราะ Power Supply ของ PS4 นั้นเป็นแบบ Switching ปรับย่าน Voltage ได้อัตโนมัตินั่นเอง (ไม่เหมือนยุคเก่าๆที่ต้องมานั่งปรับ Switch เลือกระหว่าง 110V-220V ไรงี้ ปรับผิด ชีวิตเปลี่ยนกันเลยทีเดียว) ดังนั้นสบายใจหายห่วง ไม่ว่าคุณจะซื้อ PS4 มาจากที่ไหนบนโลกนี้ สามารถใช้งานได้หมดครับ ส่วนเต้ารับในรุ่น PS4 Pro Model ใหม่ จะมีการปรับเปลี่ยนการใช้เต้ารับให้แบบเดียวกับรุ่นดังเดิมและ Slim ครับ ตามภาพด้านบนเลย

  • การชาร์จจอย DualShock 4

การชาร์จจอย DualShock 4 สามารถทำได้ง่ายๆ หากคุณมีแค่สาย USB ที่มีหัวแบบ Micro USB ข้างหนึ่ง และหัว USB แบบธรรมดาๆ ข้างหนึ่ง เสียบเข้ากับเครื่อง PS4 ก็สามารถใช้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ในจอย DualShock 4 ได้แล้ว หรือคุณจะใช้คู่กับที่ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ หรือ Powerbank ก็ยังได้อีกด้วย ซึ่งสถานะการชาร์จจะเป็นไฟสีส้มกระพริบช้าๆ และเมื่อเต็มไฟจะดับไปเองครับ 
นอกจากนี้คุณยังสามารถหาซื้อแท่นชาร์จมาเป็นอุปกรณ์เสริมได้หากคุณมีจอยตั้งแต่ 2 จอยขึ้นไป โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Official จาก Sony เองหรือแบบ 3rd Party อย่าง Hori เป็นต้นครับ

  • ตั้งเครื่องแนวตั้งหรือแนวนอนดี?

อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยครับ เพราะไม่ว่าจะตั้งหรือนอน มันก็ถูกออกแบบมาให้ระบายความร้อนออกทางด้านหลังอยู่แล้ว โดยลมเย็นจะถูกดูดเข้าไปทางช่องที่เป็นซี่เล็กๆที่อยู่บริเวณรอบๆเครื่องทั้งซ้ายและขวา และพัดลมร้อนออกทางด้านหลังตรง Power Supply นั่นแหละครับ บางคนก็บอกว่าการวางแนวนอนทำให้เครื่องอมความร้อน ต้องหาฝาขวดน้ำหรืออะไรมารองให้ตัวเครื่องสูง อันนี้ก็แล้วแต่ท่านเป็นผู้พิจารณาเลยครับ เพียงแต่ว่าอย่าไปตั้งเครื่องไว้อยู่ในซอกเล็กๆเช่นช่องตู้ใต้ทีวีที่อากาศมันไม่สามารถถ่ายเทได้ก็พอแล้ว ควรตั้งเครื่องให้มันอยู่ที่โล่งๆ โจ้งๆ จะโอเคกว่าเยอะครับ

  • อุปกรณ์เสริมจำพวกพัดลม สำคัญไฉน?



ถามว่าจำเป็นไหม ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมคิดว่าไม่จำเป็นและเปลืองเงินโดยใช่เหตุ เพราะมันไม่ได้เป่าอัดเข้าไปในเครื่อง แต่เป็นการเป่าลมร้อนที่ออกมาจากเครื่องให้ออกไปเท่านั้น ซึ่งผมไม่เชื่อว่าพัดลมขนาดจิ๋วที่อยู่ในอุปกรณ์เสริมพวกนี้ จะมีประสิทธิภาพเพียงพอในการไล่ลมร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับบางคนก็บอกว่า "มีก็ยังดีกว่าไม่มี" อันนี้แล้วแต่ความชอบอีกเช่นกันครับ ไม่ได้บังคับแต่อย่างใด

  • แล้วเครื่องสำรองไฟ (UPS) ล่ะ จำเป็นแค่ไหน?

ถามว่าจำเป็นไหม? ก็ดีกว่าไม่มีครับ เพราะอะไรเหรอ ก็เพราะ PS4 ทุกรุ่นมีอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อนต่อไฟฟ้าอาทิ HDD เมนบอร์ด นั่นเองครับ การที่ไฟดับ ไฟตก ไฟกระชากบ่อยๆ ไม่ส่งผลดีกับตัวเครื่องแน่นอน เพราะเราอย่าไปคาดหวังกับการไฟฟ้าบ้านเรา วันดีคืนดีๆเล่นๆอยู่ไฟดับแว๊บนึงแล้วไฟมา อาจเกิดไฟกระชากขึ้นได้ ซึ่งส่งผลให้เครื่อง PS4 ที่เรารักจากไปก่อนวัยอันควรครับ 

การเลือก UPS ง่ายๆ ก็เลือกให้วัตต์เหลือดีกว่าวัตต์ขาดครับ โดย PS4 แต่ละรุ่นจะมีอัตราการใช้กำลังไฟฟ้าดังนี้
  • PS4 ตัวดั่งเดิม : 250W Max
  • PS4 Slim : 165W Max
  • PS4 Pro : 310W Max
ค่าดังกล่าวคือค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุดของแต่ละเครื่อง ซึ่งการใช้งานจริงอาจจะไม่ไช่ค่าตามนี้แต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้งานแบบไหน กำลังเล่นเกม อยู่หน้าเมนู หรือแค่ดู Netflix หรือฟังเพลงจาก Spotify แต่ก็ควรเลือก UPS ที่ "วัตต์เหลือดีกว่าวัตต์ขาด" ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ส่วนค่า VA เป็นตัวบ่งบอกสภาวะโหลดว่าแบตอยู่ได้นานแค่ไหน ซึ่งเครื่อง UPS นั้นมันถูกออกแบบมาให้ใช้ไฟจากแบตเตอรี่มาจ่ายให้แทนไฟบ้านชั่วคราวเพื่อให้ทันเซฟเกมและปิดเครื่องเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเท่านั้น ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานช่วงไฟดับระยะยาวๆครับ ก็อย่ามัวแต่เล่นเพลินกันไป และการเลือกซื้อก็ควรเลือกยี่ห้อดีๆ เชื่อถือได้หน่อย ตัวอย่างเช่น APC เป็นต้น 

และที่สำคัญรองลงมานั่นก็คือรางปลั้กไฟต่อพ่วง ควรเลือกที่มีคุณภาพดี อาทิเช่น Panasonic Haco Belkin Huntkey เป็นต้น เพราะปลั้กพวกนี้จะมีการใช้วัสดุที่ดีกว่า มีระบบฟิวส์อัตโนมัติ ทนทานต่อกำลังไฟได้สูงกว่าแบบที่ขายอยู่ตามตลาดนัดทั่วๆไปที่มีสภาวะเสี่ยงไฟลัดวงจรได้หากมีการใช้งานโหลดไฟฟ้าที่สูงๆ

  • Boost Mode ต้องเปิดไหม?

หลายคนยังมีความเชื่อผิดๆว่า Boost Mode เป็นการ OverClock เครื่องให้แรงขึ้น แต่ความจริงแล้วมันเป็นแค่การทำให้เกมที่ออกมาก่อน PS4 Pro วางจำหน่ายนั้น สามารถรีดศักยภาพของเครื่อง PS4 Pro ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งปกติแล้วตัวเกมจะเขียนตัวเกมให้รองรับการทำงานที่ 1.8 TFLOP เท่านั้น ซึ่งการเปิด Boost Mode ก็จะช่วยให้เกมพวกนี้ วิ่งที่ 4.2 TFLOP แทน ซึ่งปัจจุบันเกมเก่าเหล่านี้ได้ถูกอัพเดท Patch ให้รองรับกับ PS4 Pro แทบจะหมดแล้ว และไม่ได้เกี่ยวกับการเปิดโหมดนี้แล้วเครื่องจะร้อนหรือพังไวแต่อย่างใด (ซึ่ง Boost Mode จะทำงานก็ต่อเมื่อรันเกมที่ออกก่อนวันที่ 10 พ.ค. 2016 และไม่ได้รับการอัพเดท Patch ให้รองรับ PS4 Pro เท่านั้น ถ้ามันรองรับแล้ว เปิดไปก็ไม่มีผลอะไรแต่อย่างใด)

  • ถ้าไม่มี TV 4K จะใช้งาน PS4 Pro ได้ไหม?

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีความเชื่อว่า ถ้าที่บ้านไม่มี TV ระดับ 4K HDR อะไรพวกนี้ จะไม่สามารถใช้งาน PS4 Pro ได้เลย ซึ่งความจริงแล้ว TV อะไรก็ตามที่มีพอร์ต HDMI และความละเอียดแค่ระดับ FullHD 1080p ก็สามารถใช้งานกับ PS4 Pro ได้แล้วครับ และเอาจริงๆ PS4 Pro เองไม่ได้แสดงผลได้ระดับ 4K แท้ แต่เป็นการ UpScale เท่านั้น (บางเกมก็เป็น 4K แท้นะครับ เช่นเกมฟุตบอลตระกูล FIFA หรือ PES) แต่การใช้งานกับ TV 4K นั้นมันจะให้รายละเอียดภาพได้ดีกว่า (แต่ต้อง TV 4K ตัวท็อปๆด้วยนะ OLED ด้วยยิ่งดีเยี่ยม) อีกทั้งถ้า TV รองรับระบบ HDR หรือ High Dynamic Range คือการสร้างภาพให้แสงระหว่างความมืดและความสว่างให้มันมีความสมดุลอยู่ในภาพเดียวกัน ก็จะให้ภาพที่สวยงามเพิ่มขึ้นไปอีก

  • ทำไม PS4 Pro พัดลมหมุนแรง ดังอย่างกะเครื่องบินเจ็ท?!

จริงๆ ความร้อนเป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีการประมวลผลอยู่แล้ว ซึ่งในเครื่อง PS4 Pro จะมีพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆอยู่แล้ว และทำงานตามอุณหภูมิ ความร้อนยิ่งสูง พัดลมก็ยิ่งหมุนเร็ว เพื่อไล่ความร้อนไม่ให้สะสมในตัวเครื่อง แต่ก็แลกมาด้วยเสียงพัดลมที่ดังขึ้น (เรื่องปกติอีกเช่นกัน) ซึ่งระบบระบายความร้อน ทางวิศวกรคงคำนวณมาแล้วล่ะครับ วางใจได้ว่าไม่พังแน่นอน แต่อยู่ที่การตำแหน่งการจัดวางของท่านมากกว่า ว่ามีเหมาะสมหรือมีอากาศถ่ายเทหรือไม่ บางคนเอาไปซุกอยู่ในตู้ที่ด้านหลังทึบๆ จนความร้อนจากเครื่องระบายออกไม่ได้ แบบนั้นก็พังสิครับ

  • PS4 Pro กราฟฟิคต่างจาก PS4 รุ่นปกติหรือ Slim หรือเปล่า?

อันนี้อยากให้มองเป็นเกมๆไปครับ บางเกมไม่ต่าง แต่บางเกมก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะวัตถุระยะไกลๆ PS4 Pro จะให้รายละเอียดที่ชัดเจนกว่า และบางเกมก็ได้เฟรมเรตที่แตกต่าง ซึ่งเกม PS4 ในยุคหลังๆนั้นจะมีโลโก้ PS4 Pro Enhanced ซึ่งเราสามารถที่จะเลือกได้ว่า คุณเลือกที่จะ "เน้นเฟรมเรต" หรือ "เน้นความละเอียดของกราฟฟิคเป็นหลัก" ซึ่งเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนระหว่าง PS4 Pro กับ  PS4 รุ่นปกติหรือ Slim ครับ เพราะตัวปกติกับ Slim จะไม่มี Option ดังกล่าว นอกจากนี้ PS4 Pro ยังมีโหมด Super Sampling สำหรับคนที่ใช้จอต่ำกว่า 2K เพื่อให้รายละเอียดที่คมชัดมากขึ้นนั่นเองครับ

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนที่ติดตามเพจและเว็บไซต์ LoftGame นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น